Pinterest มีผู้ใช้งานมากกว่า 631 ล้านคนต่อเดือน และไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มสำหรับหาไอเดียแต่งงานหรือโปรเจกต์ DIY เท่านั้น เนื่องจากในตลาดปัจจุบันแพลตฟอร์มดังกล่าวยังจะเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้คนใช้งานเพื่อค้นหาสินค้า บริการ และไอเดียที่จะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตด้วย และที่สำคัญคือผู้ใช้ Pinterest สมัยใหม่ยังจะมาพร้อมกับความ “ความตั้งใจ” ในการใช้งานเป็นอย่างมาก การมีส่วนร่วมของผู้ใช้จึงจะไม่ใช่เพียงการไถหน้าจอไปเรื่อย ๆ แต่เป็นการวางแผนซื้อสินค้า คิดโปรเจกต์ใหม่ ๆ และเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมด้วย
นอกจากนี้ Pinterest ยังเป็นช่องทางที่มักถูกมองข้ามที่มีความสามารถในการดึงทราฟฟิกกลับไปยังเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ได้ เนื่องจากพินแต่ละพินสามารถถูกค้นพบได้ซ้ำ ๆ ผ่านระบบค้นหา และไม่ได้หายไปอย่างรวดเร็วเหมือนโพสต์บนโซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์มอื่น ๆ
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก คอนเทนต์ครีเอเตอร์ หรือแค่ผู้สนใจการเข้าถึงโลกอีคอมเมิร์ซ Pinterest จึงจะมอบโอกาสพิเศษในการเชื่อมต่อกับกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมสูงได้ พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงการเชื่อมต่อนั้นให้กลายเป็นรายได้หรือวิธีหาเงินทาง Pinterest ได้จริง
Pinterest คืออะไร?
Pinterest คือเสิร์ชเอนจิน หรือเครื่องมือสำหรับค้นหาผ่านภาพและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ค้นหา บันทึก และแชร์ไอเดียผ่านรูปภาพ วิดีโอ และลิงก์ ซึ่งถูกเรียกว่า pin หรือพิน โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับกระดาน mood board หรือบอร์ดไอเดียแบบดิจิทัลที่จัดหมวดหมู่ได้ตามความสนใจ
Pinterest เปิดตัวในปี 2010 ในฐานะแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้จะสามารถค้นพบไอเดียด้วยภาพ ก่อนจะเติบโตเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการช้อปปิ้ง โฆษณา และการตลาดอย่างเต็มรูปแบบที่ผู้ใช้สามารถสำรวจฟีดที่ปรับเปลี่ยนไปตามความสนใจ พร้อมทั้งบันทึกคอนเทนต์ลงบอร์ดตามธีม ใช้การค้นหาจากภาพเพื่อค้นหาสินค้าที่คล้ายกับภาพที่ชอบ รวมถึงดู Idea Pins หรือวิดีโอแนวตั้งของแพลตฟอร์ม ซึ่งทั่วไปแล้วมักถูกใช้งานในหลากหลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจด้านการแต่งบ้าน, แฟชั่น, สูตรอาหาร หรือโปรเจกต์ DIY รวมถึงเป็นพื้นที่ที่ธุรกิจสามารถโปรโมตสินค้าและดึงคนเข้าสู่เว็บไซต์ได้ด้วย
โดยสำหรับธุรกิจแล้ว Pinterest มีเครื่องมืออย่าง Product Pins, แค็ตตาล็อกสินค้า, โฆษณาโปรโมต และ Pinterest Analytics ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถนำสินค้าไปสู่ลูกค้าที่สนใจได้ ทั้งยังสามารถวัดผลได้ว่าคอนเทนต์แบบไหนทำงานได้ดีที่สุด
ทั้งนี้ข้อมูลจาก Pinterest ยังสะท้อนว่าผู้ชมบนแพลตฟอร์มยังมีแนวโน้มจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจสูง โดยมีลักษณะเด่น เช่น
- 96% ของคำค้นหายอดนิยมบนแพลตฟอร์มเป็นคำค้นหาแบบไม่ระบุแบรนด์ ทำให้ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็กมีโอกาสปรากฏคู่กับแบรนด์ใหญ่ได้
- Gen Z เป็นกลุ่มผู้ใช้ที่เติบโตเร็วที่สุด และคิดเป็น 42% ของฐานผู้ใช้ทั่วโลก
- ผู้ใช้ทั่วโลกเป็นผู้หญิงประมาณ 70% และผู้ชายประมาณ 30%
วิธีหาเงินทาง Pinterest
- พาร์ตเนอร์แอฟฟิลิเอต
- โฆษณาบน Pinterest
- บล็อก
- คอนเทนต์สปอนเซอร์
- การทำ Group boards
- การขายสินค้า
- ร้านค้า Print-on-demand
- สินค้าดิจิทัลและเทมเพลต
แม้ไทยจะไม่อยู่ในรายชื่อประเทศที่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมผู้ค้าที่ผ่านการรับรอง หรือสามารถแท็กสินค้าผ่านแพลตฟอ์มโดยตรงได้ การหาเงินทาง Pinterest ก็ยังจะทำได้ด้วย 2 แนวทางหลัก คือการใช้งาน Pinterest ทั้งเพื่อดึงทราฟฟิกและยอดขายกลับไปยังร้านค้าอีคอมเมิร์ซหรือเว็บไซต์ที่สร้างรายได้ และการสร้างรายได้ผ่านพาร์ตเนอร์ คอนเทนต์ และค่าคอมมิชชัน
พาร์ตเนอร์แอฟฟิลิเอต
ความสัมพันธ์แบบแอฟฟิลิเอตคือการร่วมมือระหว่างแบรนด์หรือบุคคลหนึ่งกับอีกแบรนด์หนึ่ง เพื่อโปรโมตสินค้าและบริการให้กันและกัน บน Pinterest แม้แพลตฟอร์มเองจะไม่มีโปรแกรมในรูปแบบดังกล่าวโดยตรง การทำการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตก็ยังจะสามารถทำได้ผ่านการโพสต์คอนเทนต์ที่มีลิงก์แอฟฟิลิเอตของแบรนด์อื่นไว้ แปลว่าเมื่อมีผู้ใช้คลิกลิงก์ในพินแล้วสั่งซื้อสินค้า ก็จะได้รับค่าคอมมิชชันจากยอดขายนั้น
ผู้ประกอบการสามารถเริ่มเป็นนักการตลาดแอฟฟิลิเอตได้ง่าย ๆ เพียงเข้าร่วมโปรแกรมหรือตัวกลางที่เชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับครีเอเตอร์
นอกจากนี้ Pinterest ยังได้ทำการเปิดตัวเครื่องมือการค้นหาด้วยภาพใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมกับภาพพินที่มีอยู่และค้นหาสินค้าที่คล้ายคลึงกันได้ จึงอาจหมายความว่าพินแบบแอฟฟิลิเอตที่สร้างขึ้นยังจะทำให้ผู้สร้างปรากฏในผลการค้นหาของผู้ใช้ที่สนใจ และในตลาดเฉพาะที่เกี่ยวข้องได้ด้วย
อย่างไรก็ตามการสร้างรายได้จากการขายแบบแอฟฟิลิเอตจำเป็นจะต้องมีผู้ติดตามบน Pinterest ที่มีความสนใจตรงกับกลุ่มของแบรนด์ที่โปรโมต
เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากพินแอฟฟิลิเอต จึงอาจทดลองใช้งานวิธีเหล่านี้
- สร้างพินหลายพินต่อสินค้า 1 ชิ้น ออกแบบภาพหลายแบบในมุมมองหรือ use case ที่ต่างกัน เพื่อทดสอบว่าภาพแบบไหนดึงคลิกได้ดีที่สุด
- ทดลองรูปแบบพินหลายประเภท ใช้ทั้งพินภาพปกติ Idea Pins และพินวิดีโอ เพื่อทดลองว่ากลุ่มผู้ชมตอบสนองกับรูปแบบใดมากที่สุด
- ปักพินลง Group boards เลือกบอร์ดกลุ่มที่ตรงกับตลาดเฉพาะ เพื่อให้คอนเทนต์แอฟฟิลิเอ ตปรากฏกับฐานผู้ชมที่กว้างขวางกว่าฐานผู้ติดตามของตนเอง
- โปรโมตพินที่ทำผลงานดี หากพินใดได้ทราฟฟิกแบบออร์แกนิกดีอยู่แล้ว อาจลงงบโฆษณาเพิ่มเติมเพื่อขยายผล
โฆษณาบน Pinterest
Pinterest เปิดโอกาสให้ผู้ขายสามารถโปรโมตพินของตนให้ปรากฏบนฟีดหลัก หน้าหมวดหมู่ และผลการค้นหาของผู้ใช้ได้ โดยรูปแบบโฆษณานี้จะมีความยืดหยุ่นและทำงานคล้ายกับระบบ Cost-Per-Click (CPC) ที่สามารถกำหนดงบประมาณได้เอง
นอกจากนี้ยังจะสามารถใช้งาน Pinterest Ads Manager เพื่อสร้างและจัดการพินโปรโมต กำหนดกลุ่มเป้าหมายและคีย์เวิร์ดได้อย่างละเอียด รวมถึงดูข้อมูลวิเคราะห์ประสิทธิภาพของโฆษณาแต่ละตัวได้ เพราะการลงโฆษณาใน Pinterest ถือเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์ ดึงดูดลูกค้าใหม่ และเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าออนไลน์
จากนั้นเมื่อแค็ตตาล็อกสินค้าพร้อมใช้งานแล้ว Pinterest Ads Manager ยังจะช่วยให้ลงโฆษณาที่เจาะจงไปยังกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ วัดผลการใช้จ่าย และดูว่าโฆษณามีอัตราคอนเวิร์สชันเป็นยอดขายได้ดีแค่ไหนด้วย โดยการซื้อพื้นที่โฆษณาในตำแหน่งบนสุดของผลการค้นหายังช่วยให้พินโปรโมตปรากฏต่อคนที่กำลังค้นหาสินค้าที่อยากซื้ออยู่จริง
อีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจคือ Collections Ads ซึ่งจับคู่ภาพหรือวิดีโอหลักกับแถวสินค้าที่ช้อปได้ เมื่อแตะแล้วจะเปิดประสบการณ์เต็มหน้าจอพร้อมสินค้าได้สูงสุด 24 ชิ้น หากเชื่อมต่อแค็ตตาล็อกสินค้า Pinterest จะช่วยแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แต่ละรายโดยอัตโนมัติ
บล็อก
Pinterest เป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มทราฟฟิกไปยังบล็อกของแบรนด์ ผู้ประกอบการจึงอาจสร้างบอร์ดเฉพาะสำหรับบล็อก แล้วโพสต์คอนเทนต์ที่มาพร้อมภาพสวยสะดุดตา เพื่อดึงดูดให้คนกดเข้าอ่าน นอกจากนี้ยังอาจใส่ข้อมูลที่มีประโยชน์ลงในแต่ละบทความ พร้อมลิงก์กลับไปยังหน้าแลนดิ้งเพจหรือหน้าสินค้าบนเว็บไซต์โดยตรงด้วย
ทั้งนี้เนื่องจาก Pinterest ทำงานคล้ายเสิร์ชเอนจิน เป้าหมายจึงจะเป็นการสร้างพินที่มีโอกาสถูกค้นเจอผ่าน SEO เพราะเมื่อผู้ใช้ค้นหาหัวข้อที่เขียนไว้ พินนั้นก็จะพาคนกลับไปอ่านบทความ เป็นการช่วยเพิ่มทราฟฟิก เพิ่มมูลค่าของดีลสปอนเซอร์ และต่อยอดรายได้จากแอฟฟิลิเอตหรือโฆษณาบนบล็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากสนใจอาจเลือกหัวข้อบล็อกที่สอดคล้องกับแบรนด์และตรงใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพราะแม้การสร้างบล็อกให้ทำกำไรได้อาจต้องใช้เวลา แต่เมื่อมีฐานผู้อ่านที่ภักดีจากการโพสต์คอนเทนต์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง ยอดขายสินค้าหรือรายได้จากการสมัครสมาชิกแบบพรีเมียมก็มักตามมาโดยปริยาย
นอกจากนี้การเขียนคำอธิบายพินที่มีคีย์เวิร์ดตรงกับคำค้นหา การใช้ภาพแนวตั้งอัตราส่วน 2:3 พร้อมข้อความบนภาพที่อ่านง่าย การนำบทความเก่ามาปักพินใหม่ลงบอร์ดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเพิ่มปุ่ม Pin it หรือ Save บนบทความเพื่อให้ผู้อ่านบันทึกและแชร์ต่อได้สะดวก ก็ยังจะเป็นวิธีที่ดีในการสร้างทราฟฟิกกลับไปที่บล็อกด้วยเช่นกัน
คอนเทนต์สปอนเซอร์
อีกหนึ่งวิธีสร้างรายได้จาก Pinterest คือการสร้างโพสต์แบบมีสปอนเซอร์ที่มีลิงก์ส่งตรงไปยังเว็บไซต์ สินค้า หรือบริการของแบรนด์ โดยคอนเทนต์สปอนเซอร์จะเป็นการรับค่าจ้างโดยตรงจากแบรนด์เพื่อสร้างคอนเทนต์ให้ แตกต่างจากแอฟฟิลิเอตที่จะได้รับค่าคอมมิชชันจากลิงก์
โดยบน Pinterest คอนเทนต์สปอนเซอร์มักเป็นพินที่แบรนด์จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์สร้างขึ้นเพื่อแนะนำสินค้า นับเป็นวิธีที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงฐานผู้ชมที่ครีเอเตอร์สร้างไว้แล้ว และช่วยให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้จากความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์ของตนเอง
นอกจากนี้ยังสามารถใส่คอนเทนต์สปอนเซอร์ใน Idea Pins ได้ด้วย ซึ่งเป็นรูปแบบพินที่รวมภาพและวิดีโอให้ผู้ใช้เลื่อนดูได้คล้ายกับ Instagram Stories ช่วยเพิ่มการมองเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้ชมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การทำ Group boards
Pinterest เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอมมูนิตี้แข็งแรง หนึ่งในจุดเด่นของแพลตฟอร์มจึงจะเป็นฟีเจอร์ Group Board หรือบอร์ดที่เปิดให้หลายคนสามารถปักพินรูป วิดีโอ หรือคอนเทนต์ต่าง ๆ ร่วมกันได้ แบรนด์ต่าง ๆ จึงจะสามารถสร้างบอร์ดกลุ่มร่วมกับลูกค้าเอง หรือเข้าร่วมบอร์ดที่มีหัวข้อใกล้เคียงกับแบรนด์ เพื่อขยายการมองเห็นให้กับคอนเทนต์
ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อเข้าร่วมและแชร์คอนเทนต์ในบอร์ดที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ใช้ที่มีความสนใจเหมือนกัน ก็มีโอกาสเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหญ่ขึ้น และเพิ่มทราฟฟิกแบบออร์แกนิกให้กับร้านค้าออนไลน์หรือเว็บไซต์ได้อย่างต่อเนื่อง
การขายสินค้าโดยตรง
ปัจจุบัน Pinterest เปิดโอกาสให้ผู้ขายสามารถเพิ่มแค็ตตาล็อกสินค้าบนแพลตฟอร์ม ได้ เพื่อแปลงสินค้าให้กลายเป็น Dynamic Product Pins ที่ลูกค้าค้นหาเจอได้ง่ายขึ้นโดยตรง ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบอีคอมเมิร์ซที่ใช้งานอยู่ เพื่ออัปเดตสต๊อกสินค้าแบบเรียลไทม์
สำหรับผู้ขายอีคอมเมิร์ซ Pinterest จึงเป็นช่องทางจำหน่ายโดยตรง และหากใช้งาน Shopify แอป Pinterest ก็ยังจะสามารถเปลี่ยนสินค้าคงคลังให้กลายเป็น Product Pins ที่ค้นเจอได้ พร้อมแสดงราคาและสถานะสินค้าให้ตรงกับเว็บไซต์แบบเรียลไทม์ด้วย
โดยหลังจากเพิ่มสินค้าเรียบร้อยแล้ว สามารถโปรโมตเพิ่มเติมผ่านแคมเปญโฆษณา หรือใช้ฟีเจอร์ในระบบ เช่น Catalog Sales Campaigns ที่ดึงข้อมูลจากฟีดสินค้ามาสร้างโฆษณาแบบเฉพาะบุคคลได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ Pinterest ยังมีเครื่องมือในตัว เช่น Direct Links เพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร้านค้า Print-on-demand
ธุรกิจ Print-on-demand คือโมเดลที่นำดีไซน์ของตนเองไปไว้บนสินค้าสำเร็จรูป เช่น สมุด เครื่องเขียน เสื้อยืด หรือกระเป๋าผ้า และเมื่อลูกค้าสั่งซื้อจากร้านค้า ระบบก็จะส่งออเดอร์ไปยังผู้ผลิตเพื่อพิมพ์ แพ็ก และจัดส่งให้ลูกค้าโดยตรง
โดยผู้ขายในลักษณะนี้สามารถใช้แถบค้นหาของ Pinterest และ Pinterest Trends เพื่อดูว่าหัวข้อหรือสไตล์แบบไหนกำลังได้รับความสนใจ จากนั้นจึงจะนำข้อมูลมาสร้างดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และมีความต้องการในตลาดต่อไป
ทั้งนี้ควรสร้างสมดุลระหว่างหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมกับตลาดเฉพาะทางที่เจาะจง เพราะแม้หมวดที่นิยมมักมีคู่แข่งมาก หมวดที่แคบเกินไปก็อาจมีปริมาณการค้นหาไม่พอ
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว Pinterest Predicts จะสามารถช่วยมองหาเทรนด์ที่กำลังมาแรงแต่ยังไม่แมส เพื่อใช้เป็นไอเดียออกแบบสินค้าใหม่ได้ โดยวิธีเริ่มต้นคือการเชื่อมต่อร้านค้า Shopify กับแอป Print-on-demand จากนั้นจึงจะซิงก์แค็ตตาล็อกไปยัง Pinterest แล้วสร้างพินที่แสดงสินค้าดีไซน์ในบริบทการใช้งานจริง เช่น ไอเดียแต่งตัว โทนสีสำหรับจัดโต๊ะทำงาน หรือไกด์ของขวัญ เนื่องจากจะช่วยให้สินค้าไปปรากฏในจังหวะที่ผู้ใช้กำลังหาแรงบันดาลใจได้พอดี
สินค้าดิจิทัลและเทมเพลต
การจำหน่ายสินค้าดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างรายได้แบบ passive income เพราะสามารถสร้างสินค้าเพียงครั้งเดียวแล้วจึงจะจำหน่ายซ้ำได้หลายครั้งโดยไม่มีต้นทุนการผลิตหรือค่าจัดส่งแบบสินค้ากายภาพ โดยสินค้าดิจิทัลควรออกแบบให้ตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายค้นหาจริงบน Pinterest ได้แก่
- สมุดจัดสรรงบประมาณ การติดตามสุขภาพ หรือการวางแผนมื้ออาหาร
- คอร์สออนไลน์ เช่น พื้นฐานการถ่ายภาพ บัญชีธุรกิจขนาดเล็ก หรือกลยุทธ์โซเชียลมีเดีย
- เทมเพลตเรซูเม่ การ์ดเชิญงานแต่งงาน หรือเลย์เอาต์ Instagram Stories
- อีบุ๊ก เช่น สูตรอาหาร ไกด์ท่องเที่ยว หรือตารางการดูแลตนเอง
ทั้งนี้ต้องมีร้านค้าออนไลน์หรือหน้าแลนดิ้งเพจสำหรับการจัดเก็บและส่งมอบสินค้าดิจิทัล จากนั้นจึงค่อยสร้างบอร์ดตามหมวดหมู่ที่ผู้ใช้ค้นหา เช่น แผนมื้ออาหารรายสัปดาห์ เทมเพลตธุรกิจขนาดเล็ก หรือคู่มือจัดทริป เพื่อพาทราฟฟิกจาก Pinterest ไปยังหน้าจำหน่ายสินค้า
วิธีตั้งค่าบัญชีธุรกิจบน Pinterest
บัญชีธุรกิจบน Pinterest จะช่วยปลดล็อกเครื่องมือที่บัญชีส่วนตัวไม่มีให้กับผู้สร้าง เช่น Pinterest Analytics, การสร้างโฆษณาผ่าน Ads Manager, การจัดการแค็ตตาล็อกสินค้า รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยให้วัดผลและจำหน่ายสินค้าได้ดียิ่งขึ้น ทั้ง Idea Pins วิดีโอโฆษณา และแค็ตตาล็อกสินค้า

โดยการตั้งค่าบัญชีธุรกิจเป็นกระบวนการที่ทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและใช้เวลาไม่นาน และสามารถทำตามขั้นตอนหลัก ๆ ได้ดังนี้
- ไปที่หน้า Pinterest for Business แล้วเลือก “Sign up” โดยหากมีบัญชีส่วนตัวอยู่แล้ว ให้เข้าไปที่บัญชีและเลือก “Convert to business”
- เลือกหมวดหมู่ที่อธิบายธุรกิจของตนเองได้ดีที่สุด เช่น ร้านค้าออนไลน์หรือมาร์เก็ตเพลสสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์สำหรับบล็อกเกอร์และอินฟลูเอนเซอร์
- กรอกชื่อธุรกิจ ประเทศที่ตั้งของบัญชี และ URL เว็บไซต์
- เลือกเป้าหมายธุรกิจ เช่น การดึงทราฟฟิกเข้าเว็บไซต์ หรือเพิ่มการรับรู้แบรนด์ จากนั้นจึงจะเลือกหมวดที่แบรนด์ต้องการจะมุ่งเน้น เช่น ความงาม, แฟชั่น, บ้าน, อาหารและเครื่องดื่ม
- เมื่อสร้างบัญชีเรียบร้อยแล้ว Pinterest จะถามผู้สร้างว่าต้องการเริ่มต้นจากตรงไหน เช่น สร้างพินแรก ตั้งค่าโฆษณา หรือสร้างโปรไฟล์ ซึ่งควรเลือก “Build your profile” เพื่อกรอกไบโอ ใส่ภาพโปรไฟล์ และเพิ่มลิงก์เว็บไซต์ให้ครบเรียบร้อนก่อนเริ่มปักพิน
ทั้งนี้อาจปรับแต่งโปรไฟล์ Pinterest ให้เป็นเอกลักษณ์ด้วยภาพแบรนด์ (Branded Image) พร้อม ยืนยันเว็บไซต์ของแบรนด์ จากนั้นจึงจะดาวน์โหลดแอป Pinterest ผ่าน Shopify App Store เพื่อโพสต์พินสินค้า อัปเดตแค็ตตาล็อก และติดตามผลลัพธ์การขายได้แบบเรียลไทม์
เคล็ดลับวิธีหาเงินทาง Pinterest
- สร้าง Rich Pins
- ให้ความสำคัญกับ SEO เพื่อให้พินติดอันดับในการค้นหา
- โพสต์พินที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ
- เพิ่มปุ่ม “Save” ของ Pinterest บนเว็บไซต์
- สร้างบอร์ดที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย
- ใช้ Pinterest Analytics เพื่อติดตามผลลัพธ์
- ใช้เทศกาลเพื่อสร้างไอเดียคอนเทนต์
การสร้างพินที่มีข้อมูลน่าสนใจและมีประโยชน์สามารถช่วยให้แบรนด์สร้างฐานผู้ติดตามบน Pinterest ที่จะสร้างคอนเวิร์สชันในรูปแบบการสั่งซื้อสินค้าหรือการสมัครใช้บริการได้ ผู้ประกอบการจึงอาจทดลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้เมื่อทำการพัฒนากลยุทธ์บน Pinterest
สร้าง Rich Pins
Rich Pins คือพินที่แสดงข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์โดยตรง ทำให้คอนเทนต์ของแบรนด์ดูน่าสนใจและครบถ้วนยิ่งขึ้น โดยพินประเภทนี้จะซิงก์ข้อมูลจากเว็บไซต์ให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้รายละเอียดต่าง ๆ ถูกอัปเดตอยู่เสมอ ทั้งยังมีข้อดีในด้านการทำให้พินโดดเด่นกว่าคู่แข่ง และมีโอกาสติดอันดับสูงขึ้นในหน้าผลการค้นหาของ Pinterest ด้วย
พร้อมกันนี้ข้อมูลเมทาดาตาที่เพิ่มเข้ามาในพินชนิดนี้ยังจะช่วยทำให้อัลกอริทึมของ Pinterest จัดหมวดหมู่และกระจายคอนเทนต์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ซึ่งสำหรับร้านค้าออนไลน์แล้ว Product Rich Pins จะแปลว่าโพสต์บน Pinterest มีการเชื่อมต่อกับร้านค้าอีคอมเมิร์ซโดยตรง ทำให้ข้อมูลสำคัญ เช่น ราคา รายละเอียดสินค้า และสถานะสินค้าแสดงผลได้แบบเรียลไทม์ และเป็นชนิดพินที่ตรงประเด็นมากที่สุด
นอกจากนี้หากมีบล็อก Article Rich Pins ยังจะสามารถดึงข้อมูลจากบทความ เช่น หัวเรื่อง คำอธิบาย และชื่อผู้เขียน มาปรากฏบนพินได้โดยอัตโนมัติ ในขณะที่ shopping templates ยังจะต่อยอดจากฟีดสินค้า โดยเปลี่ยนข้อมูลสินค้าให้กลายเป็นรูปแบบโฆษณาที่สามารถใส่องค์ประกอบแบรนด์ บริบทการใช้งาน และข้อความทางการตลาดเข้าไปได้ อันจะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วย
ให้ความสำคัญกับ SEO เพื่อให้พินติดอันดับในการค้นหา
แถบค้นหาของ Pinterest ทำงานคล้ายกับเสิร์ชเอนจินทั่วไป การปรับแต่ง SEO บนหน้าเพจอย่างเหมาะสมจึงจะช่วยให้พินถูกค้นเจอโดยกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้มากขึ้น
ผู้สร้างจึงอาจเริ่มต้นจากการทำ Keyword Research เพื่อค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือสินค้า จากนั้นจึงจะนำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาใส่ในคำอธิบายพิน เมทาดาตา และคอนเทนต์ของพินอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังจะควรใช้คีย์เวิร์ดในชื่อพิน, คำอธิบายพิน, ชื่อบอร์ด, คำอธิบายบอร์ด และไบโอของโปรไฟล์ด้วย เพราะ Pinterest ทำงานผ่านการอ่านองค์ประกอบเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจว่าคอนเทนต์เกี่ยวกับอะไร
นอกจากนี้ยังอาจใช้งานฟีเจอร์ Guided search ซึ่งคือคำแนะนำสี ๆ ที่จะปรากฏเมื่อเริ่มพิมพ์ในช่องค้นหา เพื่อรวบรวมไอเดียเกี่ยวกับคำค้นหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย ตัวอย่างเช่น หากต้องการเจาะลึกกับคำว่า “ไอเดียจัดตู้กับข้าว” ก็อาจตั้งชื่อพินว่า “ไอเดียจัดตู้กับข้าวในครัวเล็ก” และเขียนคำอธิบายว่า “ชั้นวางของที่ซ้อนได้สำหรับใช้จัดตู้กับข้าว ช่วยให้เครื่องเทศ อาหารกระป๋อง และขนมมองเห็นง่ายขึ้น” พร้อมใช้แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มโอกาสในการปรากฏในผลการค้นหาที่ใกล้เคียง
ทั้งนี้ Pinterest อนุญาตให้ใช้ข้อความได้สูงสุด 100 ตัวอักษรสำหรับชื่อพิน และ 500 ตัวอักษรสำหรับคำอธิบาย การปรับพินให้เหมาะกับระบบการค้นหาของ Pinterest ดังนี้จึงจะช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังมองหาข้อมูลหรือแรงบันดาลใจในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์
โพสต์พินที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ
สร้างคอนเทนต์บน Pinterest ที่มีทั้งความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งโพสต์พินที่มีเอกลักษณ์และเป็นคอนเทนต์เฉพาะตัวอยู่เป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งอาจง่ายดายยิ่งขึ้นเมื่อ Pinterest ยังเปิดให้สามารถตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้าได้ถึง 2 สัปดาห์ด้วย
โดยอาจสร้างพินที่ดึงดูดสายตาด้วยภาพสวยคุณภาพสูงในอัตราส่วน 2:3 และวิดีโอความยาวระหว่าง 15–60 วินาที เนื่องจากการลงคอนเทนต์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ได้รับทราฟฟิกมากขึ้น ทั้งจากคอนเทนต์ ร้านค้าออนไลน์ หรือเว็บไซต์ ทั้งนี้ควรสร้างพินที่มีภาพและตัวหนังสือที่อ่านได้ชัดเจน พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้งาน AI ในการสร้างเนื้อหา เนื่องจาก Pinterest เพิ่งทำการเปิดตัวเครื่องมือที่จะลดการมองเห็นของคอนเทนต์ AI ไปจากหน้าฟีดหากผู้ใช้ต้องการ รูปแบบดังกล่าวจึงอาจไม่เป็นผลดีนักสำหรับผู้สร้าง
นอกจากนี้สินค้าเพียงหน้าหนึ่งก็ไม่จำเป็นต้องมีพินเพียงพินเดียวด้วย กล่าวคือสามารถสร้างพิน 5 หรือ 6 แบบที่พาทราฟฟิกไปยังหน้าสินค้าเดียวกันได้ โดยเปลี่ยนภาพ มุมการใช้งาน ข้อความบนภาพ หรือกลุ่มคีย์เวิร์ด เพื่อทดสอบว่าแบบไหนทำผลงานดีที่สุด

เพิ่มปุ่ม “Save” ของ Pinterest บนเว็บไซต์
นอกจากการปรับแต่งหน้าเพจ Pinterest แล้ว ก็ยังอาจติดตั้งปุ่ม “Save” บนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ เพื่อให้ลูกค้าสามารถบันทึกสินค้าหรือหน้าที่สนใจไปยังบอร์ด Pinterest ได้โดยตรงด้วย เนื่องจากปุ่มนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ที่มีบัญชี Pinterest สามารถบันทึกและแชร์สินค้าบนแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สร้างบอร์ดที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย
เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ใช่ ก็อาจสร้างบอร์ดตามหัวข้อหรือธีมที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มนั้น ตัวอย่างเช่น หากจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้าน ก็อาจมีบอร์ดชื่อ “ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นแบบอบอุ่น” หรือ “จัดบ้านเล็ก ๆให้ลงตัว” ซึ่งแต่ละบอร์ดควรมีชื่อและคำอธิบายที่ชัดเจน พร้อมการแทรกคีย์เวิร์ดสำคัญเพื่อช่วยให้ค้นเจอง่ายขึ้นด้วย
ทั้งนี้ผู้สร้างอาจสร้างพินคอนเทนต์เป็นของตัวเองสลับกับคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์จากแหล่งอื่น เพื่อให้บอร์ดมีคุณค่าและน่าสนใจอยู่เสมอ ลูกค้าที่ติดตามจึงจะรู้สึกว่าได้รับแรงบันดาลใจและอยากกลับมาดูเพิ่มเติมอีกเรื่อย ๆ
ใช้ Pinterest Analytics เพื่อติดตามผลลัพธ์
หากต้องการทำการตลาดบน Pinterest ให้ได้ผลจริงก็จำเป็นต้องรู้ว่าคอนเทนต์แบบไหนที่ได้ผล และแบบไหนที่ควรปรับปรุง ในเชิงนี้เองการใช้งาน Pinterest Analytics จะช่วยให้เห็นภาพรวมของประสิทธิภาพพินแต่ละพิน การมีส่วนร่วมของผู้ชม และแหล่งที่มาของทราฟฟิก
โดยอาจสังเกตตัวชี้วัดสำคัญ เช่น จำนวนการบันทึก การคลิก และการแสดงผล เพื่อวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์ประเภทใดโดนใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด จากนั้นจึงจะใช้ข้อมูลเหล่านี้มาปรับปรุงกลยุทธ์ เพื่อมุ่งเน้นไปที่การสร้างคอนเทนต์ที่ทำผลงานได้ดี และลดหรือตัดเนื้อหาที่ไม่ตอบโจทย์ออกไป
นอกจากนี้ตัวชี้วัดที่ควรติดตามเพิ่มเติม ยังจะได้แก่
- การมองเห็น หรือจำนวนครั้งที่พินปรากฏบนหน้าจอ ไม่ว่าจะอยู่ในฟีด ผลการค้นหา หรือบอร์ดที่ผู้ใช้เปิดดู
- การบันทึก หรือจำนวนครั้งที่มีคนบันทึกพินไปยังบอร์ดของตัวเอง
- การคลิก หรือจำนวนครั้งที่มีคนแตะพินเพื่อดูพินอย่างละเอียดยิ่งขึ้น
- การคลิกขาออก หรือจำนวนครั้งที่มีคนคลิกจากพินไปยังเว็บไซต์หรือหน้าสินค้า
- เรทการคลิกขาออก หรืออัตราส่วนระหว่างการคลิกขาออกและการมองเห็น ที่จะช่วยแสดงให้เห็นว่าคนที่เห็นพินคลิกไปยังเว็บไซต์เป็นอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ และยังเหมาะสมมากสำหรับเปรียบเทียบประสิทธิภาพของดีไซน์หรือคำอธิบายพินแต่ละแบบด้วย
ผู้สร้างอาจลองเปรียบเทียบพินที่ทำผลงานดีที่สุดเพื่อหาแนวโน้มหลัก เช่น หากภาพไลฟ์สไตล์ทำผลงานดีกว่าภาพสินค้าธรรมดา ๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ ก็อาจแปลว่ากลุ่มผู้ชมตอบสนองกับภาพที่เห็นบริบทการใช้งานจริงมากกว่า เป็นต้น
ใช้เทศกาลต่าง ๆ เพื่อสร้างไอเดียคอนเทนต์
ผู้ใช้ Pinterest มักเป็นกลุ่มที่ชอบวางแผนล่วงหน้า จึงมักเริ่มค้นหาแรงบันดาลใจก่อนต้องใช้งานจริงหลายสัปดาห์หรือแม้แต่หลายเดือนก่อนถึงเทศกาลสำคัญ ดังนั้น ผู้สร้างจึงอาจสามารถใช้โอกาสนี้สร้างคอนเทนต์ตามเทรนด์ฤดูกาลหรือวันหยุดต่าง ๆ เพื่อดึงความสนใจให้สินค้าของตนเองได้
ตัวอย่างเช่น อาจเริ่มโพสต์ในเชิง “รวมกระเช้าของขวัญปีใหม่รับปีมะแม” ตั้งแต่เดือนตุลาคม หรือ “สูตรคุกกี้คริสต์มาส” ตั้งแต่ต้นพฤศจิกายน พร้อมใช้งานแถบค้นหาของ Pinterest เพื่อดูคีย์เวิร์ดที่กำลังเป็นกระแส แล้วนำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาใส่ในคำอธิบายพินด้วยเพื่อเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ติดอันดับและถูกค้นเจอมากขึ้น
นอกจากนี้ก็ยังอาจใช้งาน Pinterest Trends เพื่อดูภาพรวมว่าอะไรมาแรง และติดตามรายงานเทรนด์ตามฤดูกาลที่ Pinterest เผยแพร่เป็นระยะ จากนั้นจึงค่อยปรับปฏิทินคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ผู้ใช้เริ่มค้นหาจริงอีกครั้ง แทนที่จะรอจนถึงวันเทศกาลแล้วค่อยโพสต์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการหาเงินทาง Pinterest
สินค้าประเภทใดขายดีที่สุดบน Pinterest
สินค้าที่ขายดีบน Pinterest มักเป็นสินค้าที่มีภาพสวยสะดุดตา และอยู่ในหมวดหมู่ยอดนิยม เช่น ของตกแต่งบ้าน, แฟชั่น, ความงาม, งาน DIY และไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้สินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาหรือกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ก็มักได้รับความสนใจเช่นกัน
จะสร้างบัญชีธุรกิจบน Pinterest ได้ยังไง
ไปที่หน้า Pinterest for Business จากนั้นสมัครด้วยอีเมลและกรอกรายละเอียดธุรกิจ หรือหากมีบัญชีส่วนตัวอยู่แล้ว ก็สามารถแปลงเป็นบัญชีธุรกิจได้ง่าย ๆ ในหน้าการตั้งค่า
ต้องมีผู้ติดตามกี่คนถึงจะหาเงินทาง Pinterest ได้
ความสามารถในการหาเงินทาง Pinterest ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามตายตัวของแต่ละบัญชี เนื่องจากสิ่งที่สำคัญกว่าคืออัตราการมีส่วนร่วมและคอนเทนต์ที่พาผู้ใช้ไปยังลิงก์แอฟฟิลิเอต หน้าสินค้า หรือหน้าเว็บไซต์ได้จริง แต่หากต้องการรับดีลแบรนด์หรือคอนเทนต์สปอนเซอร์ ฐานผู้ติดตามขนาดใหญ่และมีส่วนร่วมสูงก็มักช่วยให้ต่อรองค่าตอบแทนได้ดีขึ้น
หาเงินจาก Pinterest ได้จริงประมาณเท่าไหร่
ปริมาณรายได้จาก Pinterest ขึ้นอยู่กับวิธีการสร้างรายได้และตลาดเฉพาะทางที่เลือก เพราะผู้ประกอบการบางรายอาจใช้งาน Pinterest เพื่อจำหน่ายสินค้าจริงหรือสินค้าดิจิทัล ในขณะที่บางคนสร้างรายได้จากคอนเทนต์สปอนเซอร์หรือแอฟฟิลิเอต แต่โดยทั่วไปแล้ว วิธีที่มีโอกาสทำเงินได้ดีคือการขายสินค้า การทำงานร่วมกับแบรนด์ และการแชร์ลิงก์แอฟฟิลิเอตที่ตรงกับความสนใจของผู้ชม
สามารถหาเงินทาง Pinterest ผ่านการทำดรอปชิปได้มั้ย
สามารถหาเงินทาง Pinterest ผ่านการทำดรอปชิปได้ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับธุรกิจดรอปชิป เนื่องจากเพียงผู้สร้างปรับแต่งพินให้มีภาพคุณภาพสูง มีคำอธิบายที่น่าสนใจ และลิงก์ตรงไปยังร้านค้า ก็จะสามารถดึงทราฟฟิกและสร้างยอดขายได้จริง
แนวทางที่ดีที่สุดในการทำการตลาดบน Pinterest คืออะไร
แนวทางที่ดีที่สุดคือการเน้นสร้างพินคุณภาพสูงที่มีคีย์เวิร์ดสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งใช้ภาพหรือวิดีโอที่ดึงดูดสายตา การโพสต์อย่างสม่ำเสมอ และการจัดคอนเทนต์ให้อยู่ในบอร์ดที่มีหัวข้อชัดเจน จากนั้นจึงจะใช้เครื่องมือ Analytics เพื่อติดตามผล ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม และใช้งานเทรนด์ตามฤดูกาลมาให้เป็นประโยชน์ในฐานะแรงบันดาลใจในการสร้างคอนเทนต์ด้วย

