สำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจแล้ว การได้รับการยืนยันตัวตนในบัญชี Instagram หรือ IG ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องพิสูจน์ว่าบัญชีเป็นของตัวจริงหรือเป็นตัวแทนของบริษัทจริง ทำให้โปรไฟล์ที่แสดงตัวตนตรงตามที่กล่าวไว้
ผ่านการยืนยันบัญชี IG เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังแสดงถึงความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย
แต่ในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาวิธียืนยันตัวตน IG ก็เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีน้ำเงินที่เดิมทีมีไว้สำหรับบุคคลหรือบริษัทที่มีชื่อเสียงเท่านั้น ปัจจุบันสามารถสมัครรับได้ผ่าน Meta Verified ซึ่งเป็นบริการแบบเสียเงินรายเดือน
อย่างไรก็ตามวิธีนี้ก็ยังคงประสิทธิภาพในการดึงดูดความสนใจและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าไว้ กล่าวคือ การที่บัญชี IG ได้รับการยืนยันตัวตนนั้นก็ยังจะช่วยยกระดับชื่อเสียงของแบรนด์และช่วยให้บรรลุเป้าหมายการตลาดบน IG ได้แม้วิธีการจะเปลี่ยนไป
คู่มือนี้จึงจะแนะนำวิธียืนยันตัวตน IG ในปี 2027 รวมถึงขั้นตอนล่าสุดในการขอการยืนยันใน IG, กระบวนการสมัคร Meta Verified, เหตุผลที่ Meta อาจปฏิเสธคำขอพร้อมวิธีแก้ไข, วิธีพิจารณาความคุ้มค่าของการยืนยันดังกล่าว และเคล็ดลับอื่นๆ เพื่อช่วยให้ได้เครื่องหมายติ๊กฟ้ามาครอบครองด้วย
การยืนยันบัญชี IG หมายถึงอะไร?
การยืนยันตัวตนบน Instagram หมายถึง Meta ได้ตรวจสอบแล้วว่าบัญชีนั้นเป็นบัญชีจริงของบุคคลหรือแบรนด์ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของบัญชี
บัญชีที่ผ่านการยืนยันจะได้รับ เครื่องหมายยืนยันตัวตนสีฟ้า ซึ่งเป็นไอคอนวงกลมสีน้ำเงินที่มีเครื่องหมายถูก และจะแสดงอยู่ข้างชื่อโปรไฟล์
Instagram ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนตลอดช่วงที่ผ่านมา ในช่วงแรก เครื่องหมายนี้ใช้เพื่อระบุว่าบัญชีเป็นของบุคคลหรือบริษัทที่ “มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จัก” ทำให้การยืนยันตัวตนจำกัดอยู่ในกลุ่มบุคคลสาธารณะและแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นหลัก แต่ปัจจุบัน เครื่องหมายยืนยันตัวตนมีความหมายหลักว่าบัญชีนั้นเป็นบัญชีจริง
ในปี 2023 Instagram เปิดตัว Meta Verified บริการสมัครสมาชิกแบบชำระเงินที่มาพร้อมเครื่องหมายยืนยันตัวตน รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การเข้าถึงบริการช่วยเหลือที่ดีขึ้น และการป้องกันการแอบอ้างเป็นเจ้าของบัญชี
ผู้ใช้ยังคงต้องสมัครและผ่านขั้นตอนการตรวจสอบของ Meta Verified แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลสาธารณะหรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียง จึงจะมีสิทธิ์ได้รับเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีฟ้า
การยืนยันตัวตน IG คุ้มค่าหรือไม่?
การยืนยันตัวตน IG อาจคุ้มค่าสำหรับทั้งครีเอเตอร์และแบรนด์ เพราะเครื่องหมายติ๊กฟ้าช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และช่วยให้ผู้ชมมั่นใจว่าเป็นบัญชีจริง
โดย Ben Fingeret รองประธานฝ่ายโซเชียลของเอเจนซีสื่อสาร Full Picture ยังกล่าวอีกว่า “เครื่องหมายยืนยันตัวตนยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน เพราะเรากำลังอยู่ในยุคที่ข้อมูลผิดๆ แพร่กระจายได้ง่าย”
โดยเฉพาะเมื่อมีบัญชี AI และวิดีโอที่สร้างด้วย AI ซึ่งอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าคนดังหรือแบรนด์กำลังแนะนำสินค้าใดสินค้าหนึ่งแล้ว “มันส่งสัญญาณว่านี่คือบัญชีจริงและเป็นตัวจริง”
นั่นจึงหมายความว่าสำหรับแบรนด์ กระบวนการดังกล่าวช่วยยืนยันว่าธุรกิจมีตัวตนจริง “Meta Verified เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสื่อว่าตัวเองจริงจังกับธุรกิจ” Ben กล่าว
ซึ่งสำหรับครีเอเตอร์ที่ใช้ IG ในการจำหน่ายสินค้าความน่าเชื่อถือก็เป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากลูกค้าต้องมั่นใจว่าการซื้อขายปลอดภัยและร้านค้ามีตัวตนจริง
ใครบ้างที่ยืนยันตัวตน IG ได้
ทุกคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไปและอาศัยอยู่ในประเทศที่รองรับสามารถสมัครขอรับการยืนยันตัวตน IG ได้ ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ โดยแนวทางของ Instagram ระบุว่าอาจสมัครรับการยืนยันตัวตนผ่านการใช้บริการ Meta Verified ซึ่งเป็นบริการแบบเสียเงิน หรือด้วยบัญชีที่ตรงตามข้อกำหนดบางประการ
ทั้งนี้หากเป็นบุคคลสาธารณะหรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงการยืนยันตัวตนแบบดั้งเดิมก็ยังเป็นบริการที่สามารถขอรับได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่ง Meta จะตรวจสอบผ่านบัญชีที่ปรากฏใน “แหล่งข่าวหลายแห่ง” แต่จะไม่นับสื่อแบบชำระเงินหรือสปอนเซอร์เป็นหลักฐานชื่อเสียง
Ben แนะนำว่า “ถ้ามีสื่อพูดถึงเยอะ ให้ลองสมัครแบบเดิมก่อนเพราะฟรี แล้วถ้าไม่มี หรือสมัครแล้วไม่ผ่าน ก็ยังไปสมัคร Meta Verified ได้อีกที”
ทั่วไปแล้ว Meta Verified มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่ 330 บาทขึ้นไปโดยระดับที่สูงขึ้นอาจมีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น การแสดงบัญชีเป็นโปรไฟล์แนะนำ การเพิ่มลิงก์ใน Reels รวมถึงคำแนะนำด้านกลยุทธ์คอนเทนต์แบบเฉพาะบุคคล
ทั้งนี้ผู้ใช้ IG ทั่วไปจะไม่เห็นความแตกต่างว่าบัญชีได้รับเครื่องหมายผ่านช่องทางเดิมหรือผ่าน Meta Verified เว้นแต่จะรู้ว่าบัญชีนั้นได้รับการยืนยันก่อนมีฟีเจอร์แบบชำระเงินในปี 2023
วิธียืนยันตัวตน IG
ก่อนเริ่มขั้นตอนการขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนบน Instagram ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัญชีของคุณเป็นไปตามมาตรฐานคอมมูนิตี้และข้อกำหนดการใช้งานของ Instagram จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามประเภทบัญชีของคุณ
วิธีขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตน (ขั้นตอนการยืนยันแบบเดิม)
วิธีขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนบน Instagram ผ่านขั้นตอนการยืนยันฟรี มีดังนี้
- ตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์
- ไปยังหน้าสำหรับยื่นคำขอ
- เลือกโปรไฟล์ที่จะยืนยันตัวตน
- จ่ายค่าสมัคร Meta Verified สำหรับครั้งแรก
- ยืนยันข้อมูลโปรไฟล์
1. ตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์
หากต้องการขอรับการยืนยันตัวตนแบบ Legacy Verification คุณต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- เป็นบุคคลหรือแบรนด์ Instagram จะไม่ยืนยันบัญชีที่สร้างขึ้นเพื่อความสนใจทั่วไป เช่น บัญชีมีม หรือบัญชีแฟนคลับ
- เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หมายถึงบัญชีของคุณเป็นตัวแทนของบุคคลหรือแบรนด์ที่ “เป็นที่รู้จักและมีผู้ค้นหาเป็นจำนวนมาก” หากสมัครในนามบุคคล Instagram ระบุว่าคุณควรเป็น “บุคคลสาธารณะ” หรือ “คนดัง”
- เป็นบัญชีจริง คุณต้องเป็นบุคคล บุคคลสาธารณะ หรือธุรกิจที่จดทะเบียนจริงตามที่ระบุไว้ในบัญชี และต้องใช้เอกสารทางธุรกิจหรือเอกสารยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการเพื่อพิสูจน์ตัวตน
- มีเพียงบัญชีเดียว โดยทั่วไป คุณไม่สามารถมีบัญชี Instagram หลายบัญชีสำหรับบุคคลหรือธุรกิจเดียวกันได้ ยกเว้นกรณีที่แยกบัญชีตามภาษา
- มีข้อมูลบัญชีครบถ้วน โปรไฟล์ Instagram ต้องตั้งค่าเป็นสาธารณะ มีคำอธิบายโปรไฟล์ (Instagram bio) รูปโปรไฟล์ และมีการใช้งานอยู่ในช่วงที่ยื่นคำขอ Instagram ไม่ได้ระบุความหมายของคำว่า “มีการใช้งาน” ไว้อย่างชัดเจนในเกณฑ์คุณสมบัติ แต่โดยทั่วไปหมายถึงมีการโพสต์คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ
2. ไปยังหน้าสำหรับยื่นคำขอ
เมื่อยืนยันแล้วว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของ Instagram ให้ไปที่หน้าโปรไฟล์ จากนั้นเปิดการตั้งค่าโดยแตะไอคอนเมนูสามขีดที่มุมขวาบน จากั้นเลื่อนลงไปที่ For professionals > Account type and tools > Request verification
หากใช้บัญชีครีเอเตอร์ เมนูนี้จะแสดงเป็น Creator tools and controls ส่วนบัญชีธุรกิจจะอยู่ภายใต้เมนู Business tools and controls
3. เลือกโปรไฟล์ที่จะยืนยันตัวตน
ส่วนแรกของแบบฟอร์มขอรับการยืนยันมีไว้เพื่อพิสูจน์ว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีจริง คุณต้องกรอกชื่อ-นามสกุลจริงหรือชื่อธุรกิจ และยืนยันตัวตนด้วยเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- ใบขับขี่
- หนังสือเดินทาง
- บัตรประจำตัวประชาชน
- เอกสารยื่นภาษี
- ใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคล่าสุด
- หนังสือหรือเอกสารจัดตั้งบริษัท
4. จ่ายค่าสมัคร Meta Verified สำหรับครั้งแรก
ในส่วนที่สองของแบบฟอร์ม คุณต้องแสดงให้ Instagram เห็นว่าคุณหรือแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยต้องกรอกข้อมูลดังต่อไปนี้
- หมวดหมู่ เลือกหมวดหมู่จากเมนู เช่น บันเทิง หรือกีฬา
- ประเทศ/ภูมิภาค เลือกประเทศหรือภูมิภาคที่คุณหรือธุรกิจตั้งอยู่
- กลุ่มผู้ติดตาม เป็นข้อมูลที่ไม่บังคับ สามารถอธิบายได้ว่าผู้ติดตามของคุณเป็นใคร เหตุใดจึงติดตามคุณ และสนใจเรื่องใด
- ชื่ออื่นที่เป็นที่รู้จัก ช่องนี้ไม่บังคับ ใช้ระบุชื่ออื่นที่คุณหรือแบรนด์เป็นที่รู้จัก
- ลิงก์ ขั้นตอนนี้ไม่บังคับ โดยสามารถใส่ลิงก์ไปยังบัญชีโซเชียลมีเดีย บทความข่าว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าคุณเป็นบุคคลสาธารณะหรือเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม Instagram จะไม่นับคอนเทนต์แบบเสียค่าใช้จ่ายหรือคอนเทนต์เชิงโปรโมชันเป็นหลักฐาน
5. ยืนยันข้อมูลโปรไฟล์
เมื่อกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มเรียบร้อยแล้ว ให้เลือก Submit จากนั้น Instagram จะแจ้งผลว่าคำขอของคุณได้รับการอนุมัติหรือไม่ภายใน 30 วัน โดยสามารถตรวจสอบการแจ้งเตือนได้จากไอคอน Notifications รูปหัวใจที่มุมขวาบนของฟีด และหาก Instagram ปฏิเสธคำขอ คุณสามารถยื่นคำขอใหม่ได้อีกครั้งหลังจากผ่านไป 30 วัน
วิธีขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตน: Meta Verified
วิธีขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนบน Instagram ผ่านการสมัครสมาชิก Meta Verified แบบชำระเงิน มีดังนี้
1. ตรวจสอบว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด
แม้ Meta Verified จะเป็นวิธีที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับการขอเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีฟ้า แต่บัญชียังต้องผ่านเงื่อนไขบางประการ โดยเกณฑ์สำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจจะแตกต่างกัน
สำหรับครีเอเตอร์ Meta กำหนดให้
- มีอายุอย่างน้อย 18 ปี
- อยู่ในประเทศที่เปิดให้ใช้ Meta Verified
- มีเอกสารยืนยันตัวตนที่มีรูปถ่ายและออกโดยหน่วยงานภาครัฐ
- ไม่เปลี่ยนข้อมูลโปรไฟล์บ่อยเกินไป เช่น ชื่อหรือรูปโปรไฟล์ ในช่วงก่อนสมัคร
- ปฏิบัติตามข้อกำหนดการให้บริการของ Meta Verified
สำหรับธุรกิจ ผู้ที่ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- มีอายุอย่างน้อย 18 ปี
- อยู่ในประเทศที่เปิดให้ใช้ Meta Verified
- ใช้บัญชี Instagram สำหรับธุรกิจ
- มีสิทธิ์ควบคุม Meta Business Portfolio อย่างเต็มรูปแบบ และเปิดใช้ระบบ Advanced Protection
- มีการใช้งานบัญชีอย่างต่อเนื่อง
- ไม่มีประวัติเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีบ่อยเกินไป
2. ไปที่ Meta Verified ในแอป Instagram
เปิดแอป Instagram บนมือถือและเข้าสู่ระบบ จากนั้นแตะรูปโปรไฟล์ที่มุมขวาล่างเพื่อไปยังหน้าโปรไฟล์ แตะเมนูสามขีดที่มุมขวาบน แล้วเลือก Meta Verified
3. เลือกโปรไฟล์ที่ต้องการยืนยัน
เลือกบัญชีที่ต้องการขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตน โดยสามารถยืนยันโปรไฟล์ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ได้สูงสุด 2 โปรไฟล์ ได้แก่ 1 บัญชี Instagram และ 1 บัญชี Facebook หากต้องการสมัครเพียงบัญชีเดียว ให้เลือก Single profile subscription
4. ชำระค่าบริการ Meta Verified ครั้งแรก
เลือก Pay now และยืนยันการชำระค่าสมัครผ่าน Apple App Store หลังจากชำระเงินแล้ว คุณมีเวลา 3 วันในการดำเนินขั้นตอนที่เหลือให้เสร็จ หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด Meta จะคืนเงินให้ เมื่อกรอกข้อมูลการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ให้แตะ Continue จากนั้นเลือก Subscribe
5. เปิดการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน
Meta กำหนดให้เปิด การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (Two-factor authentication) ก่อนสมัคร Meta Verified เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี เมื่อเปิดใช้งานแล้ว คุณจะต้องกรอกรหัสยืนยันเมื่อเข้าสู่ระบบตามวิธีที่ตั้งค่าไว้
6. ตรวจสอบชื่อและรูปโปรไฟล์
ตรวจสอบชื่อและรูปโปรไฟล์ให้ถูกต้อง หรือแก้ไขก่อนส่งคำขอ โปรดทราบว่า ระหว่างที่ Meta กำลังตรวจสอบคำขอ คุณอาจไม่สามารถเปลี่ยนชื่อหรือรูปโปรไฟล์ได้
7. ยืนยันตัวตน
เลือกประเภทเอกสารที่ต้องการใช้ยืนยันตัวตน จากนั้นเลือก Next > Take photo และถ่ายภาพด้านหน้าและด้านหลังของเอกสารตามคำแนะนำ เมื่อเสร็จแล้ว ให้เลือก Submit และ Finish สำหรับธุรกิจ Meta มีวิธียืนยันให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น ใช้ข้อมูลบัญชีธนาคารของธุรกิจ หรือแสดงหลักฐานว่าธุรกิจมีตัวตนและดำเนินงานอยู่บนแพลตฟอร์มของ Meta
ผู้สมัครยังต้องยืนยันว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้นจริง เช่น ยืนยันผ่านอีเมล ข้อความ หรือโทรศัพท์ อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน หรือยืนยันความเป็นเจ้าของโดเมนของธุรกิจ สำหรับบัญชีบุคคลทั่วไป โดยปกติ Meta จะตรวจสอบคำขอภายใน 48 ชั่วโมง ส่วนบัญชีธุรกิจอาจใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ
3 เทคนิคเพิ่มโอกาสให้บัญชี Instagram ได้รับการยืนยัน
- ระวังมิจฉาชีพที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ได้เครื่องหมายยืนยันตัวตน
- สร้างการรับรู้ผ่านสื่อและประชาสัมพันธ์
- ปฏิบัติตามมาตรฐานคอมมูนิตี้ Meta
วิธีต่อไปนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนบน Instagram
1. ระวังมิจฉาชีพที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ได้เครื่องหมายยืนยันตัวตน
ควรระวังข้อเสนอที่อ้างว่าสามารถช่วยให้บัญชีของคุณได้รับการยืนยันตัวตนได้ Ben กล่าวว่า “Instagram จะไม่เป็นฝ่ายติดต่อมาเสนอการยืนยันบัญชีให้คุณเอง การขอรับการยืนยันต้องเริ่มต้นจากฝั่งผู้ใช้งานเสมอ”
หากพบเห็นบัญชีที่โฆษณาว่าสามารถช่วยให้คุณได้เครื่องหมายยืนยันตัวตน ไม่ว่าจะฟรีหรือเรียกเก็บ “ค่าบริการเล็กน้อย” เช่นตัวอย่างด้านล่าง อย่าหลงเชื่อ เพราะอาจเป็นกลโกง

หลีกเลี่ยงการซื้อ badge IG จากเอเจนซี่ลักษณะนี้
2. สร้างการรับรู้ผ่านสื่อและประชาสัมพันธ์
หากคุณต้องการขอรับการยืนยันตัวตนแบบ Legacy Verification ปัจจัยสำคัญคือการมีชื่อเสียงและมีสื่อพูดถึง ซึ่ง Ben อธิบายว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการมีข่าวหรือสื่อกล่าวถึงและระดับการเป็นที่รู้จัก แม้คนคนหนึ่งจะมีชื่อเสียงในชีวิตจริงมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีสื่อที่น่าเชื่อถือรองรับ ก็เป็นสัญญาณสำคัญสำหรับ Instagram ว่าบัญชีนี้อาจยังไม่เข้าเกณฑ์”
คุณอาจร่วมงานกับบริษัทประชาสัมพันธ์ (PR) หรือติดต่อผู้สื่อข่าวโดยตรง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ชื่อของคุณหรือแบรนด์ปรากฏในสื่อ โดยอีกวิธีหนึ่งคือเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข่าวสำคัญของตัวคุณหรือแบรนด์ แล้วส่งต่อให้ผู้สื่อข่าวพิจารณา Ben แนะนำว่าบทความหรือข่าวที่ใช้เป็นหลักฐานควรมาจากสื่อที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับ ดังนั้นควรมุ่งติดต่อผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวหรือองค์กรสื่อที่น่าเชื่อถือ
หากต้องการให้สื่อสนใจ คุณควรมีกิจกรรมหรือเรื่องราวที่มีคุณค่าพอที่จะนำเสนอเป็นข่าว เช่น
- จัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อสนับสนุนประเด็นสำคัญหรือสาธารณประโยชน์
- จัดทำงานวิจัยของตนเองและเผยแพร่ผลการศึกษาในรูปแบบรายงานหรือไวท์เปเปอร์
- ไปเป็นแขกรับเชิญในพอดแคสต์หรือรายการโทรทัศน์ที่เป็นที่รู้จัก
ควรให้ความสำคัญกับบทความที่มีคุณหรือแบรนด์เป็นหัวข้อหลัก มากกว่าการถูกกล่าวถึงเพียงเล็กน้อยในบทความรวมหลายราย นอกจากนี้ Ben ยังกล่าวว่า “คุณต้องมีข่าวหรือบทความที่พูดถึงคุณโดยตรง ไม่ใช่แค่มีชื่อของคุณติดอยู่ในบทความรวมรายชื่อหรือบทความประเภท Roundup”
3. ปฏิบัติตามมาตรฐานคอมมูนิตี้ Meta
หากต้องการขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนบน Instagram คุณต้องปฏิบัติตามมาตรฐานคอมมูนิตี้ของ Meta ด้วย ควรอ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดเหล่านี้ให้ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าบัญชีของคุณผ่านเงื่อนไขก่อนยื่นคำขอรับการยืนยัน หากมีคอนเทนต์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน Meta มักจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบอย่างชัดเจน
Ben กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ Meta สื่อสารกับผู้ใช้ได้ชัดเจนที่สุด คุณจะได้รับการแจ้งเตือนหรืออีเมลที่ระบุว่า มีผู้รายงานคอนเทนต์ หรือระบบภายในตรวจพบปัญหากับโพสต์ใดโพสต์หนึ่ง พร้อมแจ้งเหตุผลที่ชัดเจน”
หลังจากนั้น คุณสามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน หรือลบโพสต์ดังกล่าวออกได้ โดย Ben เปรียบเทียบว่า “คล้ายกับระบบแต้มบนใบขับขี่ หากบัญชีถูกแจ้งเตือนหลายครั้งเกินไป Meta อาจปิดใช้งานบัญชีชั่วคราว หรือระงับการใช้งานแพลตฟอร์มในช่วงเวลาหนึ่ง”
เหตุผลที่ Meta Verified อาจถูกปฏิเสธ
- ไม่ได้เปิดใช้การปกป้องขั้นสูงหรือการตรวจสอบสองขั้นตอน
- รูปเอกสารประจำตัวมีปัญหา
- การตั้งค่าวิธีชำระเงินล้มเหลว
- สมัครไม่เสร็จภายใน 3 วัน
- ชื่อไม่ตรงกัน
แม้บัญชีอาจตรงตามเกณฑ์ของ Meta Verified แล้ว คำขอยืนยันตัวตนก็ยังอาจถูกปฏิเสธได้ โดยอาจเนื่องมาจากสาเหตุที่พบบ่อยเหล่านี้
ไม่ได้เปิดใช้การปกป้องขั้นสูงหรือการตรวจสอบสองขั้นตอน
บน Instagram การเปิดใช้งานการปกป้องขั้นสูงมักเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าการตรวจสอบสองขั้นตอน ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญของ Meta Verified หากยังไม่ได้เปิดใช้จึงควรตั้งค่าก่อนสมัครหรือกลับไปดำเนินการให้ครบ
รูปเอกสารประจำตัวมีปัญหา
Meta มีเกณฑ์ในการถ่ายรูปเอกสารประจำตัวให้ชัดเจนตามเงื่อนไขต่อไปนี้
- แสงสว่างเพียงพอ
- ถ่ายตรง ไม่เอียง
- วางบนพื้นหลังที่ตัดกับสีเอกสาร
- วางบนพื้นผิวเรียบและไม่มีวัตถุอื่นรบกวน
- ไม่ใช้แฟลช
- เห็นเอกสารครบทั้ง 4 มุม
นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบว่าเอกสารประจำตัวยังไม่หมดอายุด้วย
การตั้งค่าวิธีชำระเงินล้มเหลว
การสมัคร Meta Verified ทำให้ผู้ยื่นคำร้องจำเป็นจะต้องเพิ่มรายละเอียดการชำระเงิน จึงควรตรวจสอบว่าใช้วิธีชำระเงินที่รองรับ, กรอกรายละเอียดได้ถูกต้อง, วิธีชำระเงินยังไม่หมดอายุ และมีเงินเพียงพอสำหรับค่าสมัครตามรอบบิล
สมัครไม่เสร็จภายใน 3 วัน
เมื่อเริ่มสมัคร Meta Verified ผู้ใช้จะมีเวลา 3 วันในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ หากไม่แล้ว Meta ก็จะคืนค่าสมัครให้ และต้องเริ่มกระบวนการใหม่
ชื่อไม่ตรงกัน
หากสมัคร Meta Verified ในฐานะครีเอเตอร์ ชื่อโปรไฟล์จะต้องตรงกับชื่อบนเอกสารประจำตัว โดย Ben กล่าวว่าอาจยื่นอุทธรณ์ได้ แต่โดยทั่วไป Meta จะให้เปลี่ยนชื่อบัญชีหรือชื่อโปรไฟล์ให้ตรงกับเอกสาร
ในขณะที่หากสมัครในฐานะธุรกิจ ชื่อธุรกิจต้องตรงกับเอกสารประกอบและสอดคล้องกับชื่อโปรไฟล์ ซึ่งหากชื่อไม่ตรงกัน Instagram อาจปฏิเสธคำขอได้
ควรทำอย่างไรหากคำขอยืนยันตัวตน IG ถูกปฏิเสธ
หาก Meta ปฏิเสธคำขอรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนแบบ Legacy Verification ฟรี คุณสามารถตรวจสอบและปรับปรุงบัญชีตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ตรวจสอบเกณฑ์การยืนยันตัวตนอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าบัญชีของคุณมีคุณสมบัติครบถ้วน
- ตรวจสอบว่าบัญชีมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และกรอกข้อมูลโปรไฟล์ครบถ้วน
- ตรวจสอบอีกครั้งว่าใช้เอกสารยืนยันตัวตนและเอกสารธุรกิจที่ถูกต้อง เพื่อพิสูจน์ว่าบัญชีเป็นของบุคคลหรือธุรกิจนั้นจริง
- ลบบัญชีเก่าที่ไม่จำเป็น เพื่อให้บัญชีหลักเป็นบัญชีเดียวที่เป็นตัวแทนของบุคคลหรือธุรกิจนั้น
คุณสามารถยื่นคำขอใหม่ได้หลังจาก 30 วัน แต่ไม่ควรส่งคำขอซ้ำก่อนที่จะได้รับผลจาก Meta เนื่องจากการยื่นขอเครื่องหมายยืนยันตัวตนหลายครั้งในขณะที่คำขอเดิมยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อาจทำให้คำขอถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ
ระหว่างรอ 30 วัน ควรใช้เวลาปรับปรุงสิ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับเครื่องหมายยืนยันตัวตน เช่น พัฒนาบัญชี Instagram ให้มีความน่าเชื่อถือและมีการใช้งานสม่ำเสมอ รวมถึงเพิ่มโอกาสให้ตัวคุณหรือแบรนด์ได้รับการกล่าวถึงจากสื่อที่น่าเชื่อถือ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธียืนยันตัวตน IG
วิธียืนยันตัวตน IG บุคคลทั่วไปสามารถทำได้หรือไม่?
บุคคลทั่วไปหรือธุรกิจขนาดเล็กสามารถขอรับการยืนยันตัวตน IG ได้ โดยที่โปรไฟล์ต้องเป็นตัวแทนของบุคคลหรือธุรกิจจริง หากสมัครผ่าน Meta Verified แบบชำระเงิน ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลสาธารณะหรือแบรนด์ดังเหมือนการยืนยันตัวตนแบบเดิม แต่ยังจะต้องผ่านการตรวจสอบตัวตนและทำตามข้อกำหนดของ Meta อยู่
ต้องมีผู้ติดตามกี่คนถึงจะได้รับการยืนยันตัวตน IG?
Instagram ไม่ได้กำหนดจำนวนผู้ติดตามขั้นต่ำที่จำเป็นต้องมีสำหรับการยืนยันตัวตน แต่ยิ่งมีผู้ติดตามมากและมีการกล่าวถึงในสื่อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะถูกมองว่า “โดดเด่น” มากขึ้นสำหรับการสมัครแบบดั้งเดิม
สามารถจ่ายเงินเพื่อขอรับการยืนยันตัวตน IG ได้หรือไม่?
สามารถจ่ายเงินเพื่อรับการยืนยันตัวตน IG ผ่านโปรแกรม Meta Verified ซึ่งเป็นช่องทางอย่างเป็นทางการของ Meta แต่ยังต้องสมัครและยืนยันตัวตนบัญชีเพื่อรับเครื่องหมายติ๊กฟ้า และควรระวังบริการภายนอกที่อ้างว่าทำเครื่องหมายยืนยันให้ได้โดยเสียค่าธรรมเนียม เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะเป็นกลโกง
วิธียืนยันตัวตน IG มีขั้นตอนร้องขออย่างไรบ้าง?
1. เข้าสู่ระบบบัญชี IG ที่ต้องการตรวจสอบ
2. แตะที่ไอคอนเส้นแนวนอน 3 เส้น
3. เลื่อนลงไปที่ประเภทบัญชีและเครื่องมือ แล้วเลือก “ขอรับการยืนยันตัวตน”
4. กรอกชื่อและข้อมูลที่จำเป็น
5. หลังจากกรอกแบบฟอร์มเสร็จแล้ว ให้ส่งและรอ 30 วันเพื่อรับคำตอบ
การขอรับการยืนยันตัวตน IG ยากไหม?
หากขอเครื่องหมายยืนยันตัวตนแบบเดิมที่ใช้ฟรี อาจเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องพิสูจน์ว่าเป็นบุคคลหรือแบรนด์ที่โดดเด่นและมีสื่อกล่าวถึงอย่างน่าเชื่อถือ แต่หากสมัคร Meta Verified แบบชำระเงินกระบวนการก็จะง่ายกว่า เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลหรือบริษัทที่มีชื่อเสียงมาก่อน เพียงแต่จะต้องผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและการตรวจสอบของ Meta
เครื่องหมายยืนยันตัวตน IG หายได้ไหม?
เครื่องหมายยืนยันตัวตนอาจถูกถอดได้ หากเปลี่ยนบัญชีจากมืออาชีพเป็นบัญชีส่วนตัว, แก้ไขโปรไฟล์ในลักษณะที่ละเมิดนโยบาย Instagram, มีปัญหาการชำระเงิน หรือมีคุณสมบัติเปลี่ยนไป เช่น ย้ายไปอยู่ในประเทศที่ Meta Verified ยังไม่รองรับ
การยืนยันตัวตน IG มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
การขอเครื่องหมายยืนยันตัวตนแบบดั้งเดิมของ Instagram สามารถยื่นคำขอได้ฟรี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการอนุมัติเสมอไป หากเลือกสมัคร Meta Verified ค่าบริการเริ่มต้นที่ประมาณ 500 บาทต่อเดือนต่อบัญชี โดยราคาจริงอาจแตกต่างกันตามอัตราแลกเปลี่ยนและช่องทางที่สมัคร


